ณ.สิบเจ็ด สิงหา พากันเศร้า
เกิดเรื่องราว เลวร้าย ไม่คาดฝัน
สัตว์นรก สั่งมา หรือซาตาน
คิดพล่าผลาญ เข่นฆ่า ประชาชน
ช่างใจร้าย ใจดำ ระยำยิ่ง
จะช่วงชิง สิ่งใดหนา พาฉงน
ไม่เห็นค่า เพียงนิด ชีวิตคน
หวังเพียงผล ประโยชน์ตัว ชั่วระยำ
เข่นฆ่าผู้ บริสุทธ์ ดุจฆ่ามด
ไม่สลด หรือไร ใคร่จะถาม
หรือว่าใจ ไม่มี เสี้ยวดีงาม
คิดกระทำ การเชือดไก่ ให้ลิงดู
โอ้มนุษย์ สุดกระหาย ร้ายกว่าสัตว์
หมาลอบกัด คิดทำคน จนทางสู้
ทั้งเจ็บตาย หลายคน ใยทนดู
หรือเป็น ที่จิตใจ ไร้เมตตา
ทั้งกรุงเทพ ภาคใต้ ตายมานัก
เมื่อไรจัก สุขสงบ จบปัญหา
อวดอำนาจ บาตรใหญ่ ไร้ธรรมมา
คิดเข่นฆ่า ประชาชน เพื่อผลใด
(ชายชนะ ทองเล็ก)
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อกชาวสวน
เขียนเรี่องราว กล่าวเป็นกลอน ตอนว่างว่าง
มีงานบ้าง แต่ฝนพรำ ทำไม่ได้
เรื่องเงินทอง ต้องติดขัด อึดอัดใจ
เมื่อรายได้ มาหยุด สะดุดลง
ราคายาง ตกต่ำ มันทำพิษ
เศรษฐกิจ มันฝีดเคือง เรื่องปากท้อง
ราคาปาล์ม โลละหก ก็ตกลง
นั่งปลดปลง สองบาท อนาจใจ
ถึงยางถูก ไม่ว่า ฝนมาตก
น้ำเต็มพรก ไม่มี ขี้ยางขาย
แต่ภาระ ทางบ้าน บานตะไท
ค่างวดใหม่ รถปิ๊คอัพ ขยับมา
ชาวสวนปาล์ม สวยยาง ต่างทนทุกข์
ต้องส่งลูก เล่าเรียน เพียรศึกษา
ผลกระทบ ครบเครื่อง เนื่องกันมา
เกิดอัตรา ว่างงาน ฉันอีกคน
ฉันเป็นผู้ รับเหมา เขาไม่จ้าง
เพราะสตางค์ ไม่มี นี่เหตุผล
ฝากไปบอก นายกด้วย ช่วยคยจน
เกษตรกร คนทำสวน เขาครวญมา
(ชายชนะ ทองเล็ก)
มีงานบ้าง แต่ฝนพรำ ทำไม่ได้
เรื่องเงินทอง ต้องติดขัด อึดอัดใจ
เมื่อรายได้ มาหยุด สะดุดลง
ราคายาง ตกต่ำ มันทำพิษ
เศรษฐกิจ มันฝีดเคือง เรื่องปากท้อง
ราคาปาล์ม โลละหก ก็ตกลง
นั่งปลดปลง สองบาท อนาจใจ
ถึงยางถูก ไม่ว่า ฝนมาตก
น้ำเต็มพรก ไม่มี ขี้ยางขาย
แต่ภาระ ทางบ้าน บานตะไท
ค่างวดใหม่ รถปิ๊คอัพ ขยับมา
ชาวสวนปาล์ม สวยยาง ต่างทนทุกข์
ต้องส่งลูก เล่าเรียน เพียรศึกษา
ผลกระทบ ครบเครื่อง เนื่องกันมา
เกิดอัตรา ว่างงาน ฉันอีกคน
ฉันเป็นผู้ รับเหมา เขาไม่จ้าง
เพราะสตางค์ ไม่มี นี่เหตุผล
ฝากไปบอก นายกด้วย ช่วยคยจน
เกษตรกร คนทำสวน เขาครวญมา
(ชายชนะ ทองเล็ก)
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
อายจันทร์
โอ้ดวงจันทร์ นั้นอาถัพ ด้วยอับแสง
จำต้องรอ ขอแรง สุรีย์ศรี
ให้จันทร์นวล ยวนตา แต้มราตรี
ทำหน้าที่ คันฉ่อง ส่องโลกา
ยามค่ำคืน มืดมิด อาทิตย์ลับ
จันทร์จึงรับ สุริยันต์ ขันอาสา
สะท้อนแสง แห่งสุรีย์ หรี่ลงมา
จากแสงจ้า กลับพานวล เย้ายวนใจ
ค่อนภิภพ จบโลกันตร์ พลันสว่าง
นวลกระจ่าง ด้วยจันทรา พาไสว
เมื่อจันทร์รับ แสงส่อง ผ่องอำไพ
แล้วส่งให้ สรรพสิ่ง พึ่งพิงกัน
เปรียบกับคน ยิ่งใหญ่ ควรใจกว้าง
เหลียวมองคน รอบข้าง ที่ต่างชั้น
มอบน้ำใจ ใสสว่าง อย่างกับจันทร์
คงสุขสันต์ ถ้วนหน้า ประชาชน
เป็นผู้รับ รับมา สารพัด
ใช่จับยัด ให้ญาติเฮีย เสียจนล้น
เป็นผู้ให้ กันบ้าง เถิดบางคน
บุญกุศล คนรักใคร่ ได้ดั่งจันทร์
(ชายชนะ ทองเล็ก)
จำต้องรอ ขอแรง สุรีย์ศรี
ให้จันทร์นวล ยวนตา แต้มราตรี
ทำหน้าที่ คันฉ่อง ส่องโลกา
ยามค่ำคืน มืดมิด อาทิตย์ลับ
จันทร์จึงรับ สุริยันต์ ขันอาสา
สะท้อนแสง แห่งสุรีย์ หรี่ลงมา
จากแสงจ้า กลับพานวล เย้ายวนใจ
ค่อนภิภพ จบโลกันตร์ พลันสว่าง
นวลกระจ่าง ด้วยจันทรา พาไสว
เมื่อจันทร์รับ แสงส่อง ผ่องอำไพ
แล้วส่งให้ สรรพสิ่ง พึ่งพิงกัน
เปรียบกับคน ยิ่งใหญ่ ควรใจกว้าง
เหลียวมองคน รอบข้าง ที่ต่างชั้น
มอบน้ำใจ ใสสว่าง อย่างกับจันทร์
คงสุขสันต์ ถ้วนหน้า ประชาชน
เป็นผู้รับ รับมา สารพัด
ใช่จับยัด ให้ญาติเฮีย เสียจนล้น
เป็นผู้ให้ กันบ้าง เถิดบางคน
บุญกุศล คนรักใคร่ ได้ดั่งจันทร์
(ชายชนะ ทองเล็ก)
หิ่งห้อยด้อยกว่าจันทร์
จะเขียนกลอน ตอนละเมอ พร่ำเพ้อฝัน
เปรียบเปรยกัน ระหง่างจันทร์ กับหิ่งห้อย
แสงส่องจันทร์ บรรเจิด สุดเลิศลอย
ส่วนหิ่งห้อย น้อยแสง สุดแข่งจันทร์
เห็นหิ่งห้อย ตัวน้อยนิด คิดฉงน
ในตัวตน เป็นเอก เกินเสกสรร
มีแสงไฟ ในตัว รู้ทั่วกัน
ราตรีนั้น พลันวาววับ ระยับตา
แต่แสงจันทร์ อันพราวพร่าง สว่างไสว
ใช่แสงไฟ ในจันทร์ กระนั้นหนา
เป็นเพียงแสง แห่งดวง สุริยา
สาดส่องมา กระทบจันทร์ พลันเรืองรอง
จึงเปรียบคน ควรทำตน เช่นหิ่งห้อย
แม้ตัวน้อย ค่อยพึ่งตน มิหม่นหมอง
มิควรคิด อยากใหญ่ ใฝ่ลำพอง
จันทร์ยังต้อง พึ่งแสง แห่งตะวัน
(ชายชนะ ทองเล็ก)
เปรียบเปรยกัน ระหง่างจันทร์ กับหิ่งห้อย
แสงส่องจันทร์ บรรเจิด สุดเลิศลอย
ส่วนหิ่งห้อย น้อยแสง สุดแข่งจันทร์
เห็นหิ่งห้อย ตัวน้อยนิด คิดฉงน
ในตัวตน เป็นเอก เกินเสกสรร
มีแสงไฟ ในตัว รู้ทั่วกัน
ราตรีนั้น พลันวาววับ ระยับตา
แต่แสงจันทร์ อันพราวพร่าง สว่างไสว
ใช่แสงไฟ ในจันทร์ กระนั้นหนา
เป็นเพียงแสง แห่งดวง สุริยา
สาดส่องมา กระทบจันทร์ พลันเรืองรอง
จึงเปรียบคน ควรทำตน เช่นหิ่งห้อย
แม้ตัวน้อย ค่อยพึ่งตน มิหม่นหมอง
มิควรคิด อยากใหญ่ ใฝ่ลำพอง
จันทร์ยังต้อง พึ่งแสง แห่งตะวัน
(ชายชนะ ทองเล็ก)
เปลือก
เมื่อวิถี ชีวิต มันผิดแผก
ครอบครัวแตก แยกทางเดิน จนเหินห่าง
ยกความจน ขีดถนน คนละทาง
ต่างคนต่าง บ่ายหน้า ป่าซีเมนต์
ยามพ่อแม่ ทำนา หน้าหมองคล้ำ
ทนตรากตรำ ค่ำเช้า เจ้าไม่เห็น
ทั้งหนุ่มสาว เจ้าตัว กลัวลำเค็ญ
หรือคงเหม็น กลิ่นโคลน ปนสาปควาย
ทิ้งกระดูก สันหลัง ให้นั่งหมอง
เฝ้าจดจ้อง มองทาง อย่างหวั่นไหว
ลูกมัวเพลิน เดินหลง ดงแสงไฟ
ศิวิไลย์ เพียงเปลือก ยังเลือกเดิน
ศิวิไลย์ เพียงภายนอก ยิ่งตอกย้ำ
คุณธรรม เคยนำทาง เริ่มหางเหืน
ศัลยกรรม ทำหน้า บูชาเงิน
หลงเพลิดเพลิน โซเชียล เที่ยวผับบาร์
ผลสุดท้าย ปลายทาง ช่างเลี้ยวลด
เยอะไปหมด ปลดหนี้สิน ถวิลหา
ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ หมดปัญญา
อนิจจา แม่ขายนา น้ำตานอง
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ครอบครัวแตก แยกทางเดิน จนเหินห่าง
ยกความจน ขีดถนน คนละทาง
ต่างคนต่าง บ่ายหน้า ป่าซีเมนต์
ยามพ่อแม่ ทำนา หน้าหมองคล้ำ
ทนตรากตรำ ค่ำเช้า เจ้าไม่เห็น
ทั้งหนุ่มสาว เจ้าตัว กลัวลำเค็ญ
หรือคงเหม็น กลิ่นโคลน ปนสาปควาย
ทิ้งกระดูก สันหลัง ให้นั่งหมอง
เฝ้าจดจ้อง มองทาง อย่างหวั่นไหว
ลูกมัวเพลิน เดินหลง ดงแสงไฟ
ศิวิไลย์ เพียงเปลือก ยังเลือกเดิน
ศิวิไลย์ เพียงภายนอก ยิ่งตอกย้ำ
คุณธรรม เคยนำทาง เริ่มหางเหืน
ศัลยกรรม ทำหน้า บูชาเงิน
หลงเพลิดเพลิน โซเชียล เที่ยวผับบาร์
ผลสุดท้าย ปลายทาง ช่างเลี้ยวลด
เยอะไปหมด ปลดหนี้สิน ถวิลหา
ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ หมดปัญญา
อนิจจา แม่ขายนา น้ำตานอง
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ขุนเขา
ขุนเขาเย็นยะเยือก ยืนยง
สูงเด่นทรนง เสียดฟ้า
ลมฝนถั่งโถมคง มิหว้่น ใดใด
เวียนว่ายดับนับครั้ง อยู่ยั้ง ภูดอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
สูงเด่นทรนง เสียดฟ้า
ลมฝนถั่งโถมคง มิหว้่น ใดใด
เวียนว่ายดับนับครั้ง อยู่ยั้ง ภูดอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ห่วงน้อง
อัสดงเร่งเร้า แสงสูรย์
ใจหวั่นหวาดอาดูร ห่างน้อง
นภาแจ่มจำรูญ ใจพี่ โหยหา
ใจหนึ่งคิดยังข้อง ห่วงเนื้อ นวลเอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ใจหวั่นหวาดอาดูร ห่างน้อง
นภาแจ่มจำรูญ ใจพี่ โหยหา
ใจหนึ่งคิดยังข้อง ห่วงเนื้อ นวลเอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ลางเลือน
ตะวันรอญลับฟ้า ยังหวล
วันพรุ่งยังคิดทวน อีกครั้ง
คนรักพี่เรรวน ใยยิ่ง เลือนหาย
ใจพี่ฤๅจะรั้ง หนึ่งน้อง คืนคอน
(ชายชนะ ทองเล็ก)
วันพรุ่งยังคิดทวน อีกครั้ง
คนรักพี่เรรวน ใยยิ่ง เลือนหาย
ใจพี่ฤๅจะรั้ง หนึ่งน้อง คืนคอน
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ฝัน
คืนวันผันผ่านพ้น เวลา
หวังสิ่งใดควรหา สิ่งนั้น
วันคืนล่วงเลยมา สูญเปล่า หรือไร
หากสิ่งใดขวางกั้น อย่าทิ้ง ฝันนา
(ชายชนะ ทองเล็ก)
หวังสิ่งใดควรหา สิ่งนั้น
วันคืนล่วงเลยมา สูญเปล่า หรือไร
หากสิ่งใดขวางกั้น อย่าทิ้ง ฝันนา
(ชายชนะ ทองเล็ก)
เพลงดอกงิ้ว
สกุณากู่ก้อง ลำเนา
ลมแผ่วโอบขุนเขา พร่ำพรื้ว
ลำนำกล่อมคนเหงา ทรวงพี่ เงียบงัน
ลาร่วงโรยดอกงิ้ว สู่เหย้า เพียงดิน
(โคลงสี่สุภาพ - ชายชนะ ทองเล็ก)
ลมแผ่วโอบขุนเขา พร่ำพรื้ว
ลำนำกล่อมคนเหงา ทรวงพี่ เงียบงัน
ลาร่วงโรยดอกงิ้ว สู่เหย้า เพียงดิน
(โคลงสี่สุภาพ - ชายชนะ ทองเล็ก)
น้ำตาลมะพร้าว
ิออกจากบ้าน บางสะพาน เมื่อวานนี้
ได้ของดี ที่เขาทำ นำมากล่าว
รสกลมกล่อม หอมหวาน ตาลมะพร้าว
คือเรี่องราว ภูมิปัญญา น่าภูมิใจ
ทุกวันนี้ มีน้อยคน ทนทำตาล
ต้องขยัน หมั่นปีนต้น ทนไม่ไหว
ทั้งเวลา เคี่ยวน้ำตาล นานเพียงใด
เช้าจนบ่าย ได้พักนอน ผ่อนกายา
พอตกเย็น เป็นรีบแจ้น แขวนกระบอก
ปาดหน้าออก ตาลย้อยยวง จากงวงหนา
จึงค่อยค่อย ไต่พะอง ปีนลงมา
กลับเคหา อย่าแชเชือน เข้าเรือนชาน
รุ่งเช้าแล้ว แว่วไก่กู่ ไปดูใหม่
ปีนขึ่นไป ได้ตาลสด รสหอมหวาน
กว่าจะได้ ให้ท่านเห็น เป๋นน้ำตาล
ถ่อสังขาร มันแสนยาก ลำบากกาย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ได้ของดี ที่เขาทำ นำมากล่าว
รสกลมกล่อม หอมหวาน ตาลมะพร้าว
คือเรี่องราว ภูมิปัญญา น่าภูมิใจ
ทุกวันนี้ มีน้อยคน ทนทำตาล
ต้องขยัน หมั่นปีนต้น ทนไม่ไหว
ทั้งเวลา เคี่ยวน้ำตาล นานเพียงใด
เช้าจนบ่าย ได้พักนอน ผ่อนกายา
พอตกเย็น เป็นรีบแจ้น แขวนกระบอก
ปาดหน้าออก ตาลย้อยยวง จากงวงหนา
จึงค่อยค่อย ไต่พะอง ปีนลงมา
กลับเคหา อย่าแชเชือน เข้าเรือนชาน
รุ่งเช้าแล้ว แว่วไก่กู่ ไปดูใหม่
ปีนขึ่นไป ได้ตาลสด รสหอมหวาน
กว่าจะได้ ให้ท่านเห็น เป๋นน้ำตาล
ถ่อสังขาร มันแสนยาก ลำบากกาย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ยักษ์เมืองเพชร(บุรี)
ถึงเมืองเพชร เห็นเขายักษ์ ดักขวางหน้า
เปิดตำรา ว่าประจักร เรื่องยักษ์เพชร
พอเปิดดู รู้ได้ว่า ตำราเด็ด
ว่ายักษ์เพชร คือนางยักษ์ พันธุรัตน์
เรื่ิองสังข์ทอง ต้องพราก จากอกแม่
เพราะรู้แน่ ที่แท้ แม่เป็นยักษ์
แอบชุบกาย ในบ่อทอง จำต้องจาก
กลัวว่าหาก ยักษ์รู้ หนูต้องตาย
ฝ่ายยักษี นี้แทบคลั่ง ลูกสังข์เอ๋ย
อกแม่เอย ต้องแตก แหลกสลาย
ด้วยรักแท้ แม่ถนอม ตัวยอมตาย
แม่ยังให้ มนตรา ไว้หากิน
คือมนตรา เรียกปลา พาเรียกเนื้อ
ไม่น่าเชื่อ ยักษ์ตาย กลายเป็นหิน
คือเขาใหญ่ ใครก็เห็น เป็นอาจิน
บนแผ่นดิน ลือเลื่ิอง เมืองเพชรเอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
เปิดตำรา ว่าประจักร เรื่องยักษ์เพชร
พอเปิดดู รู้ได้ว่า ตำราเด็ด
ว่ายักษ์เพชร คือนางยักษ์ พันธุรัตน์
เรื่ิองสังข์ทอง ต้องพราก จากอกแม่
เพราะรู้แน่ ที่แท้ แม่เป็นยักษ์
แอบชุบกาย ในบ่อทอง จำต้องจาก
กลัวว่าหาก ยักษ์รู้ หนูต้องตาย
ฝ่ายยักษี นี้แทบคลั่ง ลูกสังข์เอ๋ย
อกแม่เอย ต้องแตก แหลกสลาย
ด้วยรักแท้ แม่ถนอม ตัวยอมตาย
แม่ยังให้ มนตรา ไว้หากิน
คือมนตรา เรียกปลา พาเรียกเนื้อ
ไม่น่าเชื่อ ยักษ์ตาย กลายเป็นหิน
คือเขาใหญ่ ใครก็เห็น เป็นอาจิน
บนแผ่นดิน ลือเลื่ิอง เมืองเพชรเอย
(ชายชนะ ทองเล็ก)
วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
หมาเศร้า
ถึงคราวพราก จากลา หมายังหงอย
ตาละห้อย คอยเรามา หาอีกหน
อนิจจา หมายังดู รู้คุณคน
แปลกพิกล บางคนอยู่ ไม่รู้คุณ
(ชายชนะ ทองเล็ก)
ตาละห้อย คอยเรามา หาอีกหน
อนิจจา หมายังดู รู้คุณคน
แปลกพิกล บางคนอยู่ ไม่รู้คุณ
(ชายชนะ ทองเล็ก)
จำใจจาก
จำนิราศ สวาทสาย ใยพันผูก
จำจากลูก เมียขวัญ ในวันนี้
ต่างคนจำ ทำงาน การยังมี
ทำหน้าที่ ของตน บนความจริง
จำลาก่อน ตอนเช้า เจ้าอย่าโศก
พิษณุโลก ลาอ้อมกอด ใช่ทอดทิ้ง
รอเวลา ฟ้าใหม่ ได้แอบอิง
ไม่เกินจริง สิ่งฝัน นั้นยังรอ
อรุณรุ่ง ทุ่งทอง อย่าหมองหม่น
จงอดทน ผ่านทุกข์ คงสุขหนอ
ถึงวันนั้น ค่อยร่วมเรียง เคียงพะนอ
วันนี้พ่อ จากเจ้า อย่าเศร้าใจ
คล้ายกงเกวียน เวียนย้ำ ย่ำรอยเก่า
พ่อจากเจ้า ปีก่อนนั้น พาหวั่นไหว
เวลาเลื่อน เดือนนี้ ที่แรมไกล
ปีนี้ไซร้ ให้ร้างเลือน เหมือนกงกรรม
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
จำจากลูก เมียขวัญ ในวันนี้
ต่างคนจำ ทำงาน การยังมี
ทำหน้าที่ ของตน บนความจริง
จำลาก่อน ตอนเช้า เจ้าอย่าโศก
พิษณุโลก ลาอ้อมกอด ใช่ทอดทิ้ง
รอเวลา ฟ้าใหม่ ได้แอบอิง
ไม่เกินจริง สิ่งฝัน นั้นยังรอ
อรุณรุ่ง ทุ่งทอง อย่าหมองหม่น
จงอดทน ผ่านทุกข์ คงสุขหนอ
ถึงวันนั้น ค่อยร่วมเรียง เคียงพะนอ
วันนี้พ่อ จากเจ้า อย่าเศร้าใจ
คล้ายกงเกวียน เวียนย้ำ ย่ำรอยเก่า
พ่อจากเจ้า ปีก่อนนั้น พาหวั่นไหว
เวลาเลื่อน เดือนนี้ ที่แรมไกล
ปีนี้ไซร้ ให้ร้างเลือน เหมือนกงกรรม
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
บางระกำโมเดล
ถึงปลายทาง บางระกำ เขาทำนา
แต่ฝนฟ้า ไม่ตกต้อง น้ำพร่องขาด
ต้องกล้ำกลืน ฝืนตาม ธรรมชาติ
หากใครขาด ทุนรอน คงอ่อนใจ
จึงจำทน ทุกข์ตรม ก้มหน้าสู้
ต้องยืนอยู่ ด้วยลำแข้ง เข้มแข็งไว้
เป็นกระดูก สันหลัง อย่างภูมิใจ
จะมีใคร รับรู้ ไกล้ผุพัง
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
ลุ่มน้ำยม เคยตรมอ่วม น้ำท่วมทุ่ง
มาจากกรุง สุโขทัย ไหลมาท่วม
บางระกำ ช้ำสุด คือจุดรวม
ถูกน้ำท่วม ทุกปี มีเรื่อยมา
พอปีนี้ ฝนน้อย น้ำค่อยลด
จวนแห้งขอด ลดลงแล้ว แถวนี้หนา
อีกไม่นาน น้ำคงหมด อดทำนา
หากฝนฟ้า ไม่พร่างพรม ยมระกำ
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
แต่ฝนฟ้า ไม่ตกต้อง น้ำพร่องขาด
ต้องกล้ำกลืน ฝืนตาม ธรรมชาติ
หากใครขาด ทุนรอน คงอ่อนใจ
จึงจำทน ทุกข์ตรม ก้มหน้าสู้
ต้องยืนอยู่ ด้วยลำแข้ง เข้มแข็งไว้
เป็นกระดูก สันหลัง อย่างภูมิใจ
จะมีใคร รับรู้ ไกล้ผุพัง
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
ลุ่มน้ำยม เคยตรมอ่วม น้ำท่วมทุ่ง
มาจากกรุง สุโขทัย ไหลมาท่วม
บางระกำ ช้ำสุด คือจุดรวม
ถูกน้ำท่วม ทุกปี มีเรื่อยมา
พอปีนี้ ฝนน้อย น้ำค่อยลด
จวนแห้งขอด ลดลงแล้ว แถวนี้หนา
อีกไม่นาน น้ำคงหมด อดทำนา
หากฝนฟ้า ไม่พร่างพรม ยมระกำ
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
เมืองพิจิตร
ถึงพิจิตร ลือเลื่อง เมืองยอดรัก
เมืองนี้มาก ตำนาน นิทานสอน
มีหลายหลาก นักเลง เรื่องเพลงกลอน
แวะขอพร หลวงพ่อ ขอปลอดภัย
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เล่าขานเสร็จ
หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง บวงสรวงไว้
พระเกจิ ชื่อดัง ยังมากมาย
เชิญกราบไหว้ หลวงพ่อ ขอพรกัน
บุญแข่งเรือ ประเพณี ที่ยิ่งใหญ่
ธรรมเนียมไทย ใจรวม ร่วมสิบสาน
มีไกรทอง ชาละวัน นั่นตำนาน
เขาเล่าขาน กันมา ครั้งตายาย
มีส้มโอ ท่าข่อย อร่อยเลิศ
ถิ่นกำเนิด พระเจ้าเสือ องค์เชื้อสาย
อโยธยา นคร ในตอนปลาย
เรื่องพันท้าย นรสิงห์ อิงตำนาน
เมืองพิจิตร ทุกปี มีน้ำท่วม
ไหลมารวม ท่วมจม ทั้งยมน่าน
คือวิถี มีมา แต่ช้านาน
จบนิทาน เล่าเรื่อง เมืองสาวงาม(ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง)
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
เมืองนี้มาก ตำนาน นิทานสอน
มีหลายหลาก นักเลง เรื่องเพลงกลอน
แวะขอพร หลวงพ่อ ขอปลอดภัย
หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เล่าขานเสร็จ
หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง บวงสรวงไว้
พระเกจิ ชื่อดัง ยังมากมาย
เชิญกราบไหว้ หลวงพ่อ ขอพรกัน
บุญแข่งเรือ ประเพณี ที่ยิ่งใหญ่
ธรรมเนียมไทย ใจรวม ร่วมสิบสาน
มีไกรทอง ชาละวัน นั่นตำนาน
เขาเล่าขาน กันมา ครั้งตายาย
มีส้มโอ ท่าข่อย อร่อยเลิศ
ถิ่นกำเนิด พระเจ้าเสือ องค์เชื้อสาย
อโยธยา นคร ในตอนปลาย
เรื่องพันท้าย นรสิงห์ อิงตำนาน
เมืองพิจิตร ทุกปี มีน้ำท่วม
ไหลมารวม ท่วมจม ทั้งยมน่าน
คือวิถี มีมา แต่ช้านาน
จบนิทาน เล่าเรื่อง เมืองสาวงาม(ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง)
(กลอน - ชายชนะ ทองเล็ก)
อ่างทอง
ถึงอ่างทอง มองหา ว่าอยู่ไหน
ขอสักใบ เถิดน้อง อ่างทองนั้น
ขับรถล่อง มองหา อยู่ช้านาน
เห็นอ่างปั้น ริมทาง โอ้อ่างดิน
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
จากเมืองอ่าง เดินทางต่อ ไม่ขอพัก
ไปตั้งหลัก กินแห้ว แถวเมืองเพชร
ถึงเขาย้อย เพชรบุรี พี่เหนื่อยเหน็ด
ออกจากเพชร ท่ายางเดินทางไป
หมายเหตุ: วันนั้นเดินทางจากพิษณุโลกไปประจวบฯ
ขอสักใบ เถิดน้อง อ่างทองนั้น
ขับรถล่อง มองหา อยู่ช้านาน
เห็นอ่างปั้น ริมทาง โอ้อ่างดิน
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
จากเมืองอ่าง เดินทางต่อ ไม่ขอพัก
ไปตั้งหลัก กินแห้ว แถวเมืองเพชร
ถึงเขาย้อย เพชรบุรี พี่เหนื่อยเหน็ด
ออกจากเพชร ท่ายางเดินทางไป
หมายเหตุ: วันนั้นเดินทางจากพิษณุโลกไปประจวบฯ
ละครชีวิต
เปรียบละคร ชีวิต เล่นผิดบท
ร้าวรันทด พบบทโศก โลกพลันเศร้า
ด้วยแสดง. ผิดท่า พามัวเมา
บทน้ำเน่า เช่นละคร ให้ย้อนมอง
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
ร้าวรันทด พบบทโศก โลกพลันเศร้า
ด้วยแสดง. ผิดท่า พามัวเมา
บทน้ำเน่า เช่นละคร ให้ย้อนมอง
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
อยุธยาที่ได้มาเยือน
นามกรุงเก่า เล่าลือ ชื่อกรุงศรี
อโยธยา ธานี มีความหลัง
สมบุญญา ปราสาท พระราชวัง
ขอน้อมตั้ง บังคม พนมมือ
เคยรุ่งเรือง เลื่องลือไกล ไปทั่วทิศ
องค์บพิธ ราชธรรม นำยึดถือ
ทั้งการค้า การศึก พร่ำฝึกปรือ
น้อมนับถือ ศาสนา พาร่มเย็น
อาณาจักร อโยธยา ถึงคราล่ม
ร้าวระทม ตรมอุรา ครายุคเข็ญ
ข้าศึกบุก รุกล้ำ สุดลำเค็ญ
เผาจนเห็น เป็นเพียงซาก ปรักหักพัง
ด้วยเพราะเรา คิดแบ่งแยก แตกฝักฝ่าย
ความเลวร้าย ได้มาเยือน เตือนความหลัง
มินานช้า ถ้ามัวเขลา เราคงพัง
หากไทยยัง ไม่รู้รัก สามัคคี
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
อโยธยา ธานี มีความหลัง
สมบุญญา ปราสาท พระราชวัง
ขอน้อมตั้ง บังคม พนมมือ
เคยรุ่งเรือง เลื่องลือไกล ไปทั่วทิศ
องค์บพิธ ราชธรรม นำยึดถือ
ทั้งการค้า การศึก พร่ำฝึกปรือ
น้อมนับถือ ศาสนา พาร่มเย็น
อาณาจักร อโยธยา ถึงคราล่ม
ร้าวระทม ตรมอุรา ครายุคเข็ญ
ข้าศึกบุก รุกล้ำ สุดลำเค็ญ
เผาจนเห็น เป็นเพียงซาก ปรักหักพัง
ด้วยเพราะเรา คิดแบ่งแยก แตกฝักฝ่าย
ความเลวร้าย ได้มาเยือน เตือนความหลัง
มินานช้า ถ้ามัวเขลา เราคงพัง
หากไทยยัง ไม่รู้รัก สามัคคี
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
เขา ขนาบน้ำ
ขนาบน้ำ ขนาบเนื้อ เชื้อไฟรัก
สุดจะหัก รักร้าง ถูกขว้างทิ้ง
ขนาดนั้น ขนาดนี้ พี่รักจริง
น้องกลับทิ้ง รักพังพาบ ณ.ขนาบน้ำเอย
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
น้องกลับทิ้ง รักพังพาบ ณ.ขนาบน้ำเอย
(กลอนโดย ชายชนะ ทองเล็ก)
เกิดเป็นคน
เกิดเป็นคน บนโลกนี้ ย่อมมีทุกข์
ผสมสุข คลุกเคล้า คล้ายข้าวเปลือก
ทั้งเม็ดลีบ เม็ดดี มีให้เลือก
กระเทาะเปลือก เลือกเฟ้น แก่นสารเอย
( กลอนโดย: ชายชนะ ทองเล็ก ทดสอบโพสต์โดยสมชาย ทองเล็ก )
( กลอนโดย: ชายชนะ ทองเล็ก ทดสอบโพสต์โดยสมชาย ทองเล็ก )
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)