วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รวงข้าว

เมล็ดดี มีพร้อม จึงน้อมก้ม
ในสังคม มีบ้าง อย่างนี้ไหม
ที่เชิดอยู่ ชูคอนี้ ดีอะไร
เพราะเนื้อใน ใจลีบ ถูกบีบแบน
รวงข้าวโน้ม ก้มลงดิน สิ้นสงสัย
ถ้ารวงไหน ก้มลง เนื้อคงแน่น
จงมั่นใจ ในคุณค่า อย่าดูแคลน
นั่นคือแก่น สารแท้ ที่แน่จริง
หากรวงใด ไหนยังฝืน ยืนโด่เด่
ลีบทั้งเพ มีเพียงเปลือก เขาเลือกทิ้ง
ไร้ราคา ค่าว่างปล่าว เขาชังชิง
เขาปล่อยทิ้ง ร่วงหล่น บนผืนนา
จะเป็นแก่น เป็นเปลือก เลือกเอาเถิด
แม้เลือกเกิด ไม่ได้ ใช่ปัญหา
เพียงเลือกเป็น เลือกทำ ตามตำรา
ใช้ปัญญา ท้าลิขิต ชีวิตใคร


รอยอดีต(ใต้ฝุ่นเก)

รอยอดีต กรีดลึก บันทึกร้าว
บอกเรื่องราว เหตุการณ์ ผ่าน พ.ศ.
ยี่สิบหก ปีผ่าน ก็นานพอ
เดือน ก.พ.  ปีสามสอง ต้องเศร้าตรม
สามสิบเอ็ด ตุลา พายุเริ่ม
แล้วค่อยเพิ่ม ความแรงร้าย ให้ขื่นขม
ถูกผลาญพร่า คร่าชีวิต ปลิดชีพจม
พัดเรือล่ม อัปปาง กลางทะเล
แนวชายฝั่ง พังพาบ ราบเป็นหน้า
พรากชีวา พี่น้อง ต้องหักเห
ทิ้งร่องรอย เลยร้าย. ใต้ฝุ่นเก
ฝั่งทะเล ชุมพร ค่อนบางสะพาน
วันที่สิบ พฤษจิกา มาสิ้นสุด
ใต้ฝุ่นหยุด ฝากแผลร้าย ให้ลูกหลาน
หนึ่งพันกว่า ชีวี ที่วายปราณ
ภาพวันวาน เหลือไว้ ให้จดจำ




วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หาดของใคร

ณ.ตรงนี้เคยมีหาดสะอาดสวย
ต้องงงงวยมาคราวนี้มีแต่หิน
หาดทรายขาวยาวยื่นถูกกลืนกิน
ใครเอาหินมาถมจมหาดทราย
ณ.ตรงนี้เคยมีหาดสะอาดขาว
มีเรื่องราวสาวหนุ่มกลุ่มหลากหลาย
ที่ชายหาดบางเนียงเคยเรียงราย
คนมากมายไทยฝรั่งยังเดินควง
ณ.วันนี้ที่ริมหาดขาดเสียแล้ว
ถูกกั้นแนวครอบครองยึดของหลวง
เจ้าหน้าที่งายงมหลงลมลวง
หาดของหลวงถูกถมหินสิ้นสวยงาม
ณ.ตรงนั้นควรกั้นหาดวาดขอบเขตุ
หรือประเทศหมดหวังตั้งคำถาม
ท่านขยับกลับคืนได้ใยไม่ทำ
กลับรุกล้ำปักธงลงทะเล
ณ.ตรงไหนปล่อยไปตาใธรรมชาติ
คลื่นซัดสาดช่างปะไรอย่าไขว้เขว
มีเงินมากลงหลักขึงถึงทะเล
แล้วโมเมสมคบคิดว่าสิทธิ์ตน
มีคนรวยมากมายเขาได้สิทธิ์
คนจนผิดร่ำไปไร้เหตุผล
หาดบางเนียงเป็นเพียงทรัพบ์ส่วนบุคคล
ประชาชนทั่วไปไร้ที่เดิน
สิ่งสุดท้ายได้ไปอะไรบ้าง
ทำสักอย่างให้คนนั้นสรรเสริญ
คิดครอบครองจองหาดฟาดด้วยเงิน
หากบังเอิญถูกคลื่ยยักษ์จักโทษใคร



บ้านดอกแดง

บ้านดอกแดงแห่งนี้มีดอกไม้
งามตรึงใจสีแดงแหล่งต้นน้ำ
ธรรมชาติดีด้วยสุดสวยงาม
มีสายน้ำใสเย็นเล่นเพลินเพลิน

นกสร้างรัง

ณ.ตรงนี้หนึ่งปีกว่าได้มาสู่
กลายเป็นอู่อยู่นอนเปรียบคอนไม้
ที่นกกามาพักพิงอิงอุ่นไอ
กระท่อมไม้ชายเขาเราสร้างมา
ณ.ตรงนี้เมื่อผีก่อนผ่านร้อนหนาว
มีเรื่องราวกล่าวอ้างอยู่บ้างหนา
มีขุนเขาแมกไม้สายธารา
มีผืนฟ้าสายลมใฟ้ชมฟรี
ทั้งดอกไม้ใบหญ้าพาสดชื่น
ทุกวันคืนชื่นฉ่ำน้ำไหลรี่
สุขทุกข์บ้างบางครั้งยังว่าดี
ถึงวันนี้มีบ้างแตกต่างไป
ได้ผ่านร้อนก่อนฝนจนหน้าหนาว
อีกครั้งคราวหนาวก่อนนั้นคล้ายกันไหม
บางสิ่งเปลี่ยนบ้างเวียนวนปะปนไป
สิ่งใดใดในโลกนี้มิแน่นอน



ก่อกองไฟทอใยรัก

ก่อกองไฟให้ลุกโชนก่อนฝนหลั่ง
เผื่อว่ายังได้อุ่นไอก่อไฟผิง
ทุกคืนวันฉันนี้อยู่ขาดคู่อิง
ก่อไฟผิงแก้หนาวแล้วเล่าเรียง
พงพนาป่าเขาก็เท่านี้
พอจะมีก็เรไรได้ส่งเสียง
แทนลำนำคำวอนเว้าเศร้าสำเนียง
ฤๅแค่เสียงฟ้าครืนครั่นให้หวั่นทรวง
ฝากฝนหลั่งสั่งฟ้าสร่างซาสิ้น
อุ่นไอดินฝากใจแทนความแหนหวง
ความโหยหาบ่าล้นท่วมท้นทรวง
คงหนักหน่วงกว่าน้ำหลากจากพงไพร
ฟ้าครีนครั่นนานหนักหน่วงทรวงยิ่งเศร้า
สายลมเจ้าหนาวนิ่งยิ่งหวั่นไหว
สายฟ้าฟาดปราดเปรี้ยงหวั่นเพียงใด
หวั่นสายใยใครฟันฟาดให้ขาดรอน

สาวสันทราย

สาวสันทรายในความงามตามสรรสร้าง
บานสล้างอยู่กลางสวนชวนหลงไหล
เปรียบได้กับสาวงามตามพงไพร
เหมือนช้างพลายช้างเผือกเชือกงามงาม

เขานกแสก

หอมแผ่นดินถิ่นลำเนาเขานกแสก
ทุกสิ่งแปลกเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน
เคยไถดำกำกล้าทุ่งนาดอน
ไม่อาจย้อนวิถีมีแต่เดิม
มีวนเวียนเปลี่ยนไปทุกยุคสมัย
คนฝันใฝ่สรรหาอาชีพเสริม
วิถีไทยได้ละทิ้งสิ่งเดิมเดิม
หวังเพียงเพิ่มรายได้ให้มั่นคง
สิ่งใดใดก็ไม่แน่ย่อมแปรผัน
ทุกสิ่งนั้นชวนเชิญให้เดินหลง
ราคาปาล์มราคายางพลางลดลง
เราเดินหลงทางกันไหมให้คิดดู
สวนมะพร้าวข้าวเต็มนามาเลิกสร้าง
อยากปลูกยางสร้างรายได้ให้เลิศหรู
มนต์การเมืองยุคกระเบื้องลอยเฟื่องฟู
น่าอดสูคนปลิ้นปลอกหลอกประชา

น้ำตาลปึก(น้ำตาลพร้าว)

ออกจากบ้านบางสะพานเมื่อวานนี้
ได้ของดีที่เขาทำนำมาเล่า
รสกลมกล่อมหอมหวานทานทุกคราว
คือเรื่องราวภูมิปัญญาน่าภูมิใจ
ทุกวันนี้มีน้อยคนทนทำตาล
ต้องขยันปีนต้นทนไม่ไหว
ทั้งเวลาเคี่ยวตาลนานเพียงใด
เช้าจนบ่ายได้พักนอนผ่อนกายา
พอตกเย็นรีบแจ้นแขวนกระบอก
ปาดหน้าออกตาลย้อยยวงจากงวงหนา
แล้วค่อยค่อยไต่พะองปีนลงมา
กลับเคหาอย่าอย่าแชเชือนเข้าเรือนชาน
รุ่งเช้าแล้วแว่วไก่กู่ไปดูใหม่
รีบขึ้นไปเก็บตาลสดรสหอมหวาน
กว่าจะได้ให้เราเห็นเป็นน้ำตาล
ถ่อสังขารเหนื่อยยากลำบากกาย

ก่อนจะเห็นเป็นมหาสมุทร

ก่อนจะเหลือเผื่อแผ่เป็นแม่น้ำ
เกิดจากลำธารน้อยค่อยรินไหล
จากโขดเขินเดินดงผ่านพงไพร
นับร้อยสายกลายกำเนิดเกิดนที

ลมรำเพย เลยรำพึง

ฟ้ามัวหม่นปนเศร้าลมหนาวล่อง
จิ้งหรีดร้องหาคู่อยู่หวีดหวิว
ใบไม้หล่นลาก้านพลันปลิดปลิว
ลอยละลิ่วพริ้วสายลมดูกลมกลืน
ลมรำเพยเคยชื่นวันคืนล่วง
ใจนึกห่วงดวงนารถมิอาจฝืน
คงเหน็บหนาวเช้าค่ำสุดกล้ำกลืน
อกสะอื้นในคืนค่ำยามจากจร
ให้โหยหาอาวรณ์นอนไม่หลับ
ยิ่งกระสับกระส่ายก่ายกอดหมอน
เรไรร่ำคร่ำครวญหาโอ้อาวรณ์
ยิ่งร้าวรอญหมอนชื้นรื้นน้ำตา
เหม่อมองจันทร์นั้นเล่าดูเศร้าสร้อย
เมฆหม่นลอยทับถ่วงห้วงเวหา
โอ้จันทร์ดับลับหายไร้ดารา
ฟ้าเอ๋ยฟ้าน่าจะเหงาเช่นเราเอย


กระทงหลงทาง

สองมือปล่อยลอยกระทงลงน้ำเชี่ยว
ธารคดเคี้ยวเกี่ยวกระทงไม่ตรงสาย
เปลวเทียนดับอับแสงแรงพระพาย
เกิดอะไรใจสังหรณ์ให้ร้อนรน
ลอยกระทงไม่ถึงฝั่งครั้งอดีต
ยามหวลคิดขึ้นมาพาสับสน
คิดถึงอยู่รู้ไหมใครสักคน
ลำน้ำวนกระทงแยกแปลกในใจ
จากคืนนั้นมาบรรจบไม่พบหน้า
หรือใครพาลอยกระทงที่ตรงไหน
หรือประกวดเทพีเวทีใด
จึงปล่อยให้กระทงพี่หลงทาง
ลอยกระทงปีนี้ไม่มีคู่
แสนอดสูอยู่ไปไร้ความหวัง
ลาแล้วหนอรักนี้ไม่จีรัง
ทิ่งความหลังฝังล่มจมสายธาร

พระแม่คงคา

ลูกนี้หนอขอขมาคงคาแม่
ที่เผื่อแผ่น้ำใจให้ลูกหลาน
ลูกดื่มกินพระแม่แต่นมนาน
เมื่อถึงกาลนี้หนอขออภัย
เคยล่วงเกินเดินย่ำทำโหดร้าย
ร่วมทำลายสิ้นงามน้ำเคยใส
ทิ้งขยะปฏิกูลสูญมลาย
ถูกทำร้ายจนย่ำแย่แม่คงคา
วันนี้ลูกผูกสำนึกระลึกได้
มากราบไหว้ขอพรวอนแม่จ๋า
จะไม่ทิ้งสิ่งของลงธารา
จะรักษาใช้กินอาบไม่หยาบโลน
ลอยกระทงปีนี้ให้มีสุข
ปราศจากทุกข์สุขใจในกุศล
ทรัพย์ส่วนรวมร่วมแหนหวงเถิดปวงชน
ไม่ขัดสนเป็นแน่แม่วารี
และใคร่ขอสักการะพระพุทธบาท
ณ.ริมหาด นัมมะทา แห่งราศรี
ขอให้หนุนบุญกุศลดลชีวี
ให้ลูกนี้มีสุขทุกข์มลาย

บัว

ดอกบัวบานชูช่อล้อลมหนาว
สายลมว่าวหนาวเย็นโอนเอนไหว
ยามลมพัดสะบัดแรงก็แกว่งไกว
ยามย่ำบ่ายคลายกลีบค่อยลีบลง
ดอกบัวแดงแบ่งบานปานประหนึ่ง
เชิญชวนผึ้งดึงภมรให้ร่อนหลง
หวังซุกไซร้ไล้โลมกลีบจีบจำนงค์
มุ่งประสงค์ลงลิ้มชิมบัวบาน
แล้วบินจรถอนกายเมื่อคลายสด
ยามสิ้นรสหมดกลิ่นสิ้นความหวาน
เช่นสตรีที่พลาดพ่ายแพ้ชายชาญ
ลิ้มรสหวานซาบซ่านกายชายหมางเมิน
บัวพ้นน้ำงามนักตามหลักพุทธ
บริสุทธิ์พุทธกาลแต่นานเนิ่น
บัวในตมคือบัวเหล่าที่เขลาเกิน
ที่สรรเสริญบัวเหล่าล้นพ้นวารี


เก่าใหม่ก็ไม่ต่าง

ถึงปีใหม่มีอะไรหลายเรื่องราว
ถึงนำมาบอกเล่าเพื่อกล่าวย้ำ
ถึงหลายอย่างบางส่วนชวนจดจำ
หวังได้ทำอีกครั้งตั้งตารอ
มีบางสิ่งต้องทิ้งไปไม่คิดถึง
มีสิ่งซึ่งไม่ควรคิดยึดติดหนอ
มีบางอย่างหวังไว้ได้แล้วพอ
หากร้องขอไม่สิ้นสุดอาจหลุดลอย
บางคนหวังว่าปีใหม่ได้ดังหวัง
บางคนตั้งหวังไว้ไกลสุดสอย
บางคนหวังกับปีใหม่ไว้เลิศลอย
เผื่อไว้หน่อยอย่าหวังตั้งมากมาย
ด้วยสมหวังกับผิดหวังยังคงคู่
ด้วยจริงอยู่คู่กันฝันสลาย
ด้วยยังมีสายกลางทางสบาย
หวังสิ่งไหนใดหนอพอประมาณ
แม้พลาดหวังสิ่งใดก็ไม่มาก
แม้มีขวากหนามบ้างบนทางฝัน
แม้มีหลือเผื่อใจไว้รับมัน
แม้ว่าฝันไดเพียงครึ่งหนึ่งของใจ

เรือจ้าง(วันครู)

รำลึกถึง คุณครู ผู้สอนศิษย์
ทางชีวิต ดำเนินดี มีครูช่วย
สองคนแรก คือครู ผู้อำนวย
พ่อแม่ช่วย ดูแล และอบรม
เจริญงาม ตามครรลอง ต้องศึกษา
จึงได้มา พบครู อยู่ประถม
ครูคนใหม่ สอนศิษย์ คิดอบรม
เฝ้าเพาะบ่ม จริยา วิชาดี
มีคนเปรียบ เทียบครูไว้ คล้ายเรือจ้าง
ส่งทุกอย่าง ถึงฝั่ง หันหลังหนี
ทิ้งเรือน้อย ลอยคว้าง กลางวารี
นับแรมปี หวลคิดได้ ใกล้ผุพัง
ขอให้ครู สุขใจ วัยเกษียณ
ศิษย์จะเพียร ทำตามครู ผู้สอนสั่ง
ที่ครูส่ง ศิษย์พ้น ข้ามวนวัง
ได้ขึ้นฝั่ง ศิษย์ยังปลื้ม ไม่ลืมครู

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วันทหารผ่านศึก

วันที่สาม กุมภาพันธุ์ อีกวันหนึ่ง
ระลึกถึง คุณงาม ความดีเขา
ยืนเป็นรั้ว กันภัย ให้พวกเรา
ชีวิตเขา เข้าแลก แตกดับลง
กี่ชีวิต ถูกปลิดไป ในสนาม
ศึกสงคราม นอกใน ไทยอย่าหลง
สละพลี ชีวายวาด ชาติดำรงค์
เพื่อเผ่าพงษ์ ดำรงค์ไทย ให้ยั่งยืน
บ้างพิการ แขนขา ทั้งตาบอด
เขาคือยอด วีรชน ผู้ทนฝืน
ยืดอกรับ กลับกายพรุน กระสุนปืน
ไทยหยัดยืน อยู่ได้ มิพ่ายพัง
ฝากแรงใจ ให้ทหาร ชั้นผู้น้อย
เขารอคอย ให้ช่วย ด้วยความหวัง
แม้ไม่ตาย กายพิการ ท่านรู้ยัง
แค่ประทัง ชีวิต คิดจุนเจือ
เหล่านายพล นายพัน ท่านแสนสุข
มองเห็นทุกข์ ผู้น้อยด้วย โปรดช่วยเหลือ
ท่านมั่งมี ช่วงโชติ โปรดจุนเจือ
ช่วยเอื้อเฟื้อ เหล่าทหาร ผ่านศึกเอย

ขอคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต