วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คืนดิน

กลีบชงโค โรยหล่น อยู่บนพื้น
มิอาจฝืน คืนวัน ผันผ่านพ้น
เมื่อสุกงอม สมวัย ในวังวน
ก็ร่วงหล่น มอบกลับคืน ให้ผืนดิน
ก่อกำเนิด เกิดกาย ในโลกนี้
ธาตุทั้งสี่ ก่อประสาน กันทั้งสิ้น
มีธาตุไฟ ผสม ลมน้ำดิน
เมื่อจบสิ้น สี่ธาตุดับ กลับที่เดิม


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แด่เธอผู้สูญเสีย ไก่ จิรวรรณ กาญจนกุล

ขอแสดง ความเสียใจ ในวันนี้
ในวันที่ เพื่อนเรา เศร้าโศกศัลย์
เมื่อลูกน้อย เธอจากไป ในฉับพลัน
สุดจาบรรณ์ เป็นแน่ อกแม่เอย
  เรื่องของบุญ หนุนส่ง คงเท่านี้
  แค่สามปี มาจากไป โอ้ใจเอ๋ย
  อกแม่ร้าว เศร้าอนาถ แทบขาดเลย
  โอ้ลูกเอ๋ย ลูกจ๋า แม่อาวรณ์
ดวงวิญญาณ ของลูก จงสุขเถิด
ค่อยมาเกิด ร่วมทาง สร้างกุศล
ชาตนี้หนา ลูกยา มาวายชนม์
บุญกุศล ชาติหน้า อย่าจากกัน
  ขอให้ดวง วิญญาณ ได้พานพบ
  ได้ประสพ แสงสว่าง ทางสวรรค์
  แม้ชาติใหม่ ให้กำเนิด เกิดในครรภ์
  ของแม่นั้น อย่ามีพราก จากอีกเลย


มีความเศร้า ให้ก้าวผ่าน เป็นงานหลัก
คืองานหนัก ที่เธอนั้น ต้องฟันฝ่า
หากผ่านได้ ต้องอาศัย ใช้เวลา
ปราถนา ให้เธอ เจอสิ่งดี
  วันเกิดเธอคงไม่มีคำอวยพร
เพียงขอให้เธอก้าวผ่านความเศร้าไปได้
เท่านั้น



วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กระท่อมน้อย

แม้กระท่อม ซอมซ่อ ก็อยู่ได้
ตามวิสัย แห่งนิยาม ความสงบ
ถึงดิ้นรน ฤๅค้นหา ทั่วหล้าภพ
สุขสงบ อยู่หนใด หาไม่เจอ
แม้ดิ้นรน ค้นอะไร ที่ใหญ่ยิ่ง
ในความจริง ควรรู้ อยู่เสมอ
อันความสุข ใช่เพียงรวย สวยเลิศเลอ
หาให้เจอ สุขที่ใจ ใช่เวียงวัง



ไผ่สีกอ

ไผ่สีกอ ล้อหลอก หยอกลมเล่น
สิ่งที่เห็น ธรรมชาติ มิขัดขืน
หากหยัดตรง คงล่ม ล้มทั้งยืน
ถ้าคิดขืน ขันแข่ง ต้านแรงลม
ธรรมชาติ  เสกสรร คล้ายปั้นแต่ง
ให้รู้อ่อน ผ่อนแรง แสร้งผสม
ยามลมโบก โยกย้าย ส่ายลู่ลม
จึงไม่ล่ม ล้มครืน ฝืนพระพาย
ให้นึกลอง มองตัว อย่ามัววุ่น
คิดเคืองขุ่น แค้นใคร ให้เสียหาย
มรสุม รุมโหม โถมทลาย
ควรบอกใจ ให้รับ กับความจริง
ใช่ตีโพย ตีพาย ว่าตายแน่
ให้รู้แก้ รู้ผูก ทุกทุกสิ่ง
ไม่หนีหน้า กล้าอยู่ สู้ความจริง
อย่าคิดวิ่ง ทิ้งปัญหา กล้าเผชิญ
 

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ลูกชก

ลูกชกดกเต็มต้น แต่บางคนไม่เคยเห็น
ผมมาอาสาเป็น ผู้พรีเซ้นต์ให้เข้าใจ
ลูกชกภาษาถิ่น เรียกจนชินถิ่นปักษ์ใต้
ภาคกลางลูต๋าวไง ที่ใครใครคงๆก้ชิม
เขาทำน้ำเเข็งไส แล้วก็ใส่ให้ลองลิ้ม
ท่านทานรสหวานนิ่ม นั่งอมยิ้มชิมลูกชิด


เมิ่อคืนวัน ผันไป ไม่อาจห้าม
เปลี่ยนไปตาม ครรลอง ของวิถี
เลี่ยงไม่ได้ สักคน จะจนมี
ถึงวันที่ สังขาร พาลโรยรา
จะบำรุง ปรุงแต่ง แสร้งเสิมสวย
ให้สำรวย เฉิดฉันท์ ตามตัณหา
ทุกชีวิต อนิจจัง สังขารา
ธรรมดา เกิดมาตาย ชดใช้กรรม

น้ำใสในมะพร้าว

เอาอะไร ใส่โคน ต้นมะพร้าว
เหตุใดเล่า น้ำมะพร้าว เจ้ายังหวาน
ก็ไม่เห็น มีใคร ใส่น้ำตาล
แต่รสหวาน น้ำมะพร้าว เจ้าคงเดิม
เอาน้ำเสีย ราดรดเจ้า สักเท่าไหน
ทั้งของเน่า เท่าไร มาใส่เสริม
ทำเป็นปุ๋ย จุลินทรีย์ มีเพิ่มเติม
ยังจะเพิ่ม ความหอมหวาน ให้ท่านกิน
อันมะพร้าว กล่าวไป คล้ายมนุษย์
จะผ่องผุด หรือชั่วทราม ตามกระสินธ์
ด้วยกระแส ผลกรรม ทำอาจิน
ใคร่ถวิล ดีหรือชั่ว ก็ตัวใคร
ใช่หอมหวาน ปานมะพร้าว ที่กล่าวอ้าง
ย่อมมีบ้าง ที่ปะปน แต่หนไหน
ทั้งดีชั่ว มัวหม่น ระคนไป
ถ้าดีได้ เช่นมะพร้าว เขาเยินยอ


วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กุหลาบก็เหงา

กุหลาบงาม ยามเย็น เป็นเหงาเหงา 
มันคงโศก คงเศร้า เฝ้าคิดถึง
โอ้ภมร เจ้าเอย เคยเคล้าคลึง 
ไฉนจึง  เงียบหาย ไม่ใยดี
เคยพะนอ คลอเคล้า เช้าจนสาย
คงสมใจ สมกาย จึงหน่ายหนี
ทิ้งให้เงียบ ให้เหงา ร้าวฤดี
สิ้นราตรี หนาวน้ำค้าง อ้างว้างเอย



วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ดอกหญ้าในสายลม

เมื่อฝนหลั่ง สั่งฟ้า ลาท้องทุ่ง
ดอกหญ้าฟุ้ง กระจาย พระพายพริ้ว
สายพันธุ์งาม ตามลิขิต ก็ปลิดปลิว 
ลอยละลิ่ว ตามพระพาย ขยายพันธุ์
คือครรลอง ต้องตาม ธรรมชาติ
มิพร่องขาด หน้าที่ ที่จัดสรร
สรรพสิ่ง เอื้อเฟื้อ กูลเกื้อกัน
พืชหลากพันธุ์ นั้นยังรวม ราวมพงไพร
ที่ร้ายหรือ คือมนุษย์ สุดประเสริฐ
ความคิดเลิศ แต่คิดแยก แตกเชื้อสาย
เมื่อเคืองแค้น คิดห้ำหั่น บั่นทำลาย
ถึงล้มตาย ช่างมัน ฉันไม่แคร์
แต่สุดท้าย มีใคร ได้ค้ำฟ้า
ถึงเวลา ตายเน่าเหม็น เป็นสิ่งแน่
เกิด เจ็บ ตาย ว่ายเวียน มิเปลี่ยนแปร
คิดเผื่อแผ่  กันเถิด  ประเสริฐคน

กุหลาบงามยามอรุณ

กุหลาบ อาบน้ำค้าง
บานสล้าง รับอรุณ
แสงแดด แผดไออุ่น
หอมกลิ่นกรุ่น ละมุลใจ
 สีแดง ดูแรงฤทธ์
แสงอาทิตย์ สุรีย์ฉาย
ผุดผ่อง ส่องประกาย
ส่งแรงใจ ให้หยัดยืน

ตามเวลา


ทั้งงามงด สดสวย ด้วยแรกสาว
ทั้งเรื่องราว ความโรยร่วง ดวงบุปผา
เมื่องดงาม ตามยึดติด อนิจจา
ยามโรยรา น่าครวญคิด อนิจจัง

ลีลาวดี

ผลิดอกชูช่อชั้น             สองสี
ขาวเด่นดวงฤดี                   ผ่องแผ้ว 
เหลืองอีกหนึ่งยังมี            เติมแต่ง
งามดั่งเสกสรรแล้ว                    เช่นนี้ นางเอย

เด็กวัดดอนฯนักกลอน ป.6

หากจะเปรียบ เทียบกลอน  สุนทรภู่
ก็พอรู้ อยู่บ้าง ว่าห่างชั้น
มิอาจเทียบ เปรียบครู ผู้อาจารย์
พระสุนทร โวหาร ท่านเลิศเลอ
  เราเป็นเด็ก รุ่นหลัง ยังไม่เก่ง
ถึงคร่ำเคร่ง เพ่งเพียร เรียนเสมอ
มุมานะ จะฝึกฝน จนพบเจอ
ใช่ฝันเพ้อ ละเมอไป ในบทกลอน
  สิ่งมากมาย รายรอบเรา เล่าคือครู
การกระทำ จำรู้ คือครูสอน
หัดเรียงร้อย ถ้อยกวี วจีกลอน
ฝากสุนทร วอนด้วย ช่วยรักษ์กัน
  จารีตดี มีมากมาย อย่าให้สิ้น
ควรให้อยู่ คู่แผ่นดิน อย่าสิ้นสรร
รักษาไว้ ให้รอด ทอดตำนาน
รุ่นลูกหลาน นานไป ไม่ลืมเลือน


วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

กายไม่พร้อม แต่ใจพร้อม

เมื่อทำดี ย่อมได้ดี มีประจักษ์
นี่คือหลัก สัจธรรม คำพระท่าน
เขามุ่งมั่น ร่วมปั่น จักรยาน
เนื่องในงาน Bike for mom ทำสิ่งดี
เป็นคติ เตือนใจ ใครบางท่าน
ไม่พิการ เพียงน้อย คิดถอยหนี
ฟูมฟายบ้าง อ้างทำไป ไม่ได้ดี
ชอบเอาสี ข้างถู ดูไม่งาม
คิดใจน้อย รอคอย วาสนา
ไม่ไขว่คว้า จะเจอไหม ใคร่จะถาม
สิ่งที่ฝัน มันมีหรือ มือไม่ทำ
อายน้องทาม สักหน คนมีมือ
ไม่มีแขน แต่มีใจ ที่ใหญ่ยิ่ง
เขาคนจริง ควรยอมรับ และนับถือ
คนมีพร้อม มัวร้องขอ นั่งงอมือ
รู้แล้วหรือ เกิดหนึ่งชาติ ขาดอะไร

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ทะเลกับใจ

ทั้งต้นเป็น ต้นตาย เจ้าไม้สน
บ้างหักโค่น ลงทะเล พังเพสิ้น
นอนฝังกาย ใต้คลื่น จมผืนดิน
ธรนิน ฝังร่าง กลางดงเกลือ
ทั้งต้นเตย น้อยใหญ่ ใกล้ริมหาด
ถูกคลื่นสาด ซัดลง พอหลงเหลือ
น้ำทะเล ข้นเข้ม เค็มเหมือนเกลือ
ยังหลงเหลือ เยื่อใย ให้ไม้อิง
แต่น้ำใจ ในมนุษย์ สุดจะหยั่ง
ยามบ้าคลั่ง ช่างร้าย ทั้งชายหญิง
ยิ่งกว่าน้ำ ทะเลเข้ม เค็มจริงจริง
ยึดตลิ่ง ริมหาด สมบัติใคร
เพราะชายหาด บางแห่ง ถูกแย่งยื้อ
คิดจะถือ กรรมสิทธิ์ มันผิดไหม
ด้วยชายหาด คือสมบัติ ของชาตืไทย
เหตุไฉน ยายทุน ถือหุ้นคริง
ยึดพื้นที่ ชายหาด ประกาศสิทธิ์
ชอบเบือนบิด ทำเช่น เป็นเจ้าของ
ทุจริต ผิดเป็นชอบ ได้ครอบครอง
เข้าทำนอง กังฉิน รับสินบน







บ่วง

แม้อาทิตย์ ยังติดบ่วง กลลวงหลอก
สุดช้ำชอก ตกทะเล  ว้าเหว่แสน
นอนทอดกาย ใต้สมุทร สุดลำเค็ญ 
ทนหยาวเย็น จนกว่า ฟ้าสางเอย


จับเส้ บ้านเก่าเล่าตำนาน

คือตำนาน บ้านไม้ ให้คนเช่า
หน้าเมืองเก่า คราวรุ่งเรือง เมืองกั่วป่า
หลายสิบปี ที่ล่วงผ่าน กาลเวลา
ก็ถึงครา ผุกร่อน สะท้อนใจ
จับเส้เอย เคยเป็นท่า เก็บภาษี
เพราะเคยมีการค้า มูลค่าหลาย
เรือสินค้า มาจากแคว้น แดนใกล้ไกล
มาค้าขาย ตะโกลา พาเจริญ
ใช้แม่น้ำ ตะกั่วป่า เป็นท่าเทียบ
เพราะได้เปรียบ แม่น้ำใหญ่ ไม่ตื้นเขิน
ค้าขายคล่อง ของแปลกแปลก แลกตราเงิน
ให้เจริญ มั่งคั่ง กันทั้งเมือง
แล้วแม่น้ำ ตะกั่วป่า มากลายกลับ
สิ้นสภาพ รับกรรม สัมปทานเหมือง
พาดินทราย ไหลหลาก จากทั้งเมือง
กลายเป็นเรื่อง น่าเศร้า ที่ยาวนาน
จนแม่น้ำ ตื้นเขิน เดินข้ามได้
เพราะดินทราย ถมทุกข์ ชั่วลูกหลาน
ตะโกลา วารีใหญ่ ในตำนาน
สัมปทาน มีอีกไหม ไทยยับเยิน

ทาส

23 ตุลาคม
  ร้อยกว่าปี ที่พระองค์ ทรงเลิกทาส
ทรงพระราช บัญญัติ เลิกทาสสิ้น
ทรงปลดเปลื้อง ทาสไทย ในแผ่นดิน
จึงจบสิ้น ทาสไพร่ ไร้ชั้นชน
  ร้อยกว่าปี ให้หลัง ยังไม่สิ้น
ในธานินทร์ ยังมีทาส ขาดเหตุผล
ล้วนตกหลุม ฟุ่มเฟือย เหนื่อยใจตน
หลงเล่ห์กล คนรวย เอออวยกัน
  ทั้งซีพี อิชิตัน นั่นนายทาส
เขาฉลาด ชวนทาสเพ้อ ละเมอฝัน
แจกรถเบ๊นซ์ ไมแชเชือน เดือนละคัน
ให้ชาวบ้าน กดไลท์ ให้กดแชร์
  กลยุทธ การตลาด เขาปราชญ์เปรื่อง
ไม่ประเทือง ปัญญา ท่าจะแย่
ในวันวัน คิดไม่ออก นอกจากแชร์
คงย่ำแย่ ถ้ามัวยัง หวังลาภลอย
  เอาความโลบ ละโมบมาก เป็นฉากหลอก
คือเครื่องบอก ตอกย้ำ ความถดถอย
อนาคต ลูกหลานเหมือน ดูเลื่อนลอย
คงก้าวถอย หลงถลำ ลืมทำกิน
  อยากมีเงิน มีทอง ต้องมานะ
แล้วเราจะ เปรมปรีย์ มีทรัพย์สิน
พระปิยะ ทรงเลิกทาส ทั้งแผ่นดิน
ไทยทั้งสิ้น เขาผูกขาด เป็นทาสใคร

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เลือกเกิดไม่ได้

แม้เลือกเกิด ไม่ได้ ดั่งใจคิด
ถูกลิขิต ให้กำเนิด เกิดแบบนี้
แม้กลางดง พงหนาม ก็ตามที
ทำหน้าที่ ผลิดอกผล ทนหยัดยืน
  ไม่มีสิทธิ์ เลือกเกิด แบบเลิศหรู
แต่มีสิทธิ์ เลือกอยู่ กูจะฝืน
แรงพอมี ชีวิตยัง ไม่พังครืน
มัวสะอื้น ฟูมฟาย ได้อะไร
  แม้เลือกเกิด ไม่ได้ ใช่มัวคิด
ว่าหมดสิทธิ์ เลือกมี ชีวิตได้
มีสองมือ สองเท้า เท่าใครใคร
รีบขวนขวาย ใช่รอท่า ฟ้าประทาน
  อย่ายอมแพ้ ให้แก่ อุปสรรค
แม้ลำบาก ฝึกฝน บนทางฝัน
โอกาศดี อาจมี ไม่เท่ากัน
พรสวรรค์ ฤๅจะสู้ กูแสวง-เอย

กุหลาบกับความรัก

เปรียบกุหลาบ กับความรัก มักไม่ผิด
ด้วยจริต มนุษย์ร้าย ใช่จะสอน
หมายตระโบม โลมเล่น เช่นภมร
แล้วบินจร ตอนสิ้นหวาน แล้วผ่านเลย
เมื่อเคยสวย ย่อมสิ้นสวย ด้วยความสัจ
บุปผาชาติ หรือมนุษย์  สุดเฉลย
สรรพสิ่ง ทั่วถ้วน ล้วนไม่เคย
สิ่งใดเลย เคยจีรัง ยั่งยืนนาน


วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ไทยทั้งผอง

เกิดเป็นใคร ในธานินทร์ ถิ่นสยาม
จะเลื่องชื่อ ลือนาม หรือต่ำต้อย
อยู่เมืองฟ้า นาไร่ ในพงดอย
เรียงใจร้อย คอยภักดี จักรีวงศ์

ชายชนะ. ทองเล็ก

ในหลวง ในดวงใจ

วันที่ห้า ธันวาคม ประนมกร
ขอถวาย พระพร องค์พ่อหลวง
ขอนบน้อม พร้อมเทอดไท้ ใจทุกดวง
ร้อยเป็นห่วง ห้วงจงรัก ด้วยภักดี
พระมหา กษัตริย์ ผู้ปราชญ์เปรื่อง
ขอน้อมเนื่ิอง เนืองพสก ปกเกศรี
ขอบังคม ชื่นชมพระ บารมี
พระองค์นี้ พระภูมี จักรีวงศ์
ขอพระองค์ จงทรง พระเจริญ
ตราบนานเนิ่น มิ่งขวัญใน ไทยทั้งผอง
ขอทรงเป็น ร่มโพธิ์แพร้ว แก้วโพธ์ทอง
ธ ทรงครอง ดวงใจ ไทยทุกดวง
เหล่าประชา ทั้งข้าราช บริพาร
ทุกถิ่นฐาน ทั่วแคว้น ต่างแหนหวง
ธ สถิต ในใจ ไทยทั้งปวง
องค์ในหลวง พระองค์นี้ ภูมิพล

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ




วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

พรวันเกิด

เมื่อวันเกิด คือวัน มารดาเจ็บ
ใชจะเหน็บ ใครใคร ให้เคืองขุ่น
วันเกิดควร รำลึก นึกถึงคุณ
ใช่มัววุ่น จัดงาน กันเมื่อไร
  คิดถึงแม่ สีกนิด ไม่ผิดแท้
พระคุณแม่ ที่เลี้ยงตน เป็นคนได้
เติบโตมา แล้วบางคน ไม่สนใจ
เพื่อนมากมาย หลงลืมแม่ แค่คนเดียว
  รักของแม่ นี้นยิ่งใหญ่ สุดไพศาล
แม้เนิ่นนาน ไม่คลอนแคลน รักแน่นเหนียว
ระลึกถึง พระคุณแม่ แน่จริงเชียว
แม่คนเดียว เหลียวแลกัน ท่านอิ่มใจ
  จะวันเกิด วันไหน ให้สุขสันต์
ทุกทุกวัน ทำดี นั่นที่หมาย
ขออวยพร วอนคุณพระ รัตนไตร
ป้องโพยภัย ในวันเกิด ประเสริฐเอย

ชายชนะ ทองเล็ก

ดอกไม่ร่วง

ดอกไม้ร่วง ห่วงนัก จักโรยร้าง
ลอยเคว้งคว้าง กลางสายชล จนเหว่ว้า
สายธารซัด ลมพัดล่อง ฟ่องธารา
ให้ห่วงหา พาคณึง ถึงคนไกล
ชายชนะ ทองเล็ก

หมาเศร้า

ถึงคราวพราก จากลา  หมายังหงอย
ตาละห้อย คอยเรามา หาอีกหน
อนิจจา หมายังดู รู้คุณคน
แปลกพิกล คนอดสู ไม่รู้คุณ
(ชายชนะ ทองเล็ก)

กุหลาบกับนารี

กุหลาบงาม หนามคม สมกันอยู่
จึงควรคู่ เปรียบสตรี มีความหมาย
อันหนามคม ด้วยมิหลง คารมชาย
สงวนกาย มิสิ้นท่า ชายชาตรี
แต่กุหลาบ ดอกใด หากไร้หนาม
เปรียบหญิงงาม มิรักนวล สงวนศรี
ให้ชายเด็ด ดอมดม สมฤดี 
เช่นมาลี แม้งดงาม หนามไม่คม
(กลอน - ภาพ ชายชนะ ทองเล็ก)


วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เรือ

เห็นเรือน้อย ผุพัง ริมฝั่งน้ำ
คิดถึงความ เป็นไป ในโลกนี้
เคยรุ่งโรจน์ โชติช่วง ยามดวงดี
เหมือนวารี โอบอุ้ม คุ้มลำเรือ
  คอยประคอง ป้องปก ไม่ตกหล่น
ดั่งมีคน คอยชี้ทาง ถือหางเสือ
ยามขาดตก บอกกล่าว เฝ้าจุนเจือ
ส่งให้เรือ ถึงฝั่ง ดั่งใจปอง
  ถึงเวลา คราอับ อาภัพโชค
ให้เศร้าโศก สับสน พาหม่นหมอง
เปรียบเรือพัง ถูกทิ้งขว้าง ข้างลำคลอง
เขาไม่ต้อง ใช้สอย ปล่อยผุพัง
  กลายเป็นเพียง เรือร้าง ขวางทุกส่ง
ชีวิตจริง ยิ่งรันทด หมดความหวัง
คล้ายกับเรือ เมื่อทะลุ รอผุพัง
อนิจจัง สังขารนี้ ซิคล้ายเรือ

ชายชนะ ทองเล็ก